เผยแพร่เมื่อ : จันทร์ 14 กันยายน 2569 โดย นางสาวกิ่งกานต์ สาริวาท จำนวนผู้เข้าชม 30 คน
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. (BEDO) จัดกิจกรรมอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่อง “การประเมินมูลค่าระบบนิเวศ” เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ณ ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนนามว้า ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ วิธีการ และกระบวนการประเมินมูลค่าบริการของระบบนิเวศ ตลอดจนสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติในระดับพื้นที่ โดยมีองค์การบริหารส่วนตำบลจอมหมอกแก้ว ผู้นำชุมชน เครือข่ายชุมชน และผู้เกี่ยวข้องด้านการจัดการทรัพยากรป่าไม้ในจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมกิจกรรม
กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างเวลา 08.30–16.00 น. โดยได้รับเกียรติจาก นายมานพ คำน้อย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจอมหมอกแก้ว เป็นประธานในพิธีเปิด จากนั้น นายชัยภัทร โนจิตร เจ้าหน้าที่พัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ สพภ. (BEDO) กล่าวถึงวัตถุประสงค์และแนวทางการดำเนินกิจกรรม พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการประเมินมูลค่าระบบนิเวศแก่ผู้เข้าร่วม เพื่อให้สามารถนำแนวคิดและกระบวนการดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับการจัดการทรัพยากรในพื้นที่ของตนเอง
ในการนี้ สพภ. (BEDO) ได้เชิญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์หฤทัยรัตน์ จันต๊ะคาด อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย และที่ปรึกษาเครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนเพื่อสังคม CHIANG RAI SMART COMMUNITY จังหวัดเชียงราย เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองด้านการประเมินมูลค่าระบบนิเวศ รวมถึงร่วมเชื่อมโยงประเด็นการเรียนรู้จากข้อมูลภาคสนามกับบริบทการจัดการทรัพยากรของชุมชน
เนื้อหาการอบรมครอบคลุมทั้งเทคนิค วิธีการ และกระบวนการประเมินมูลค่าระบบนิเวศ ตลอดจนการวางแผนและการเก็บข้อมูลในแปลงตัวอย่าง โดยมุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ “บริการของระบบนิเวศ” (Ecosystem Services) ซึ่งสะท้อนคุณค่าและประโยชน์ที่ระบบนิเวศมอบให้แก่ผู้คน ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมทั้งเรียนรู้แนวทางการนำข้อมูลจากพื้นที่จริงมาใช้ประกอบการประเมิน เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการวางแผนดูแลทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่
จากห้องอบรมสู่พื้นที่จริง เรียนรู้การประเมินระบบนิเวศจากแปลงต้นแบบ
จุดสำคัญของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คือการนำองค์ความรู้จากภาคทฤษฎีลงสู่การเรียนรู้ภาคสนาม ณ แปลงของ นางลำดวน อุดกลิ้ง เกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพปลูกสวนป่า ประจำปี พ.ศ. 2568 ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับภาคเหนือ และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้กระบวนการสำรวจและเก็บข้อมูลจากสภาพพื้นที่จริง
ผู้เข้าร่วมได้ฝึกปฏิบัติการสำรวจทรัพยากรในแปลงตัวอย่าง ตั้งแต่การวัดเส้นรอบวงต้นไม้ที่ระดับอก 1.30 เมตร สำหรับต้นไม้ที่มีขนาดเส้นรอบวงตั้งแต่ 13 เซนติเมตรขึ้นไป การติดป้ายระบุหมายเลขต้นไม้ การบันทึกพิกัดต้นไม้ การวัดความสูงของต้นไม้ การวัดความกว้างของเรือนยอดในแต่ละทิศทาง ตลอดจนการประเมินเปอร์เซ็นต์แสงที่ลอดผ่านพื้นที่ในแต่ละช่องขนาด 5 × 5 เมตร
ข้อมูลจากการสำรวจดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่กับคุณค่าของระบบนิเวศจากข้อมูลจริง อันจะนำไปสู่ความเข้าใจในการจัดการทรัพยากรบนฐานข้อมูลและข้อเท็จจริงของพื้นที่
มทร.ล้านนา เชียงราย เชื่อมองค์ความรู้วิชาการกับทุนธรรมชาติของชุมชน
การมีส่วนร่วมของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุน วิสาหกิจชุมชนธนาคารต้นไม้บ้านสบห้วย ตำบลจอมหมอกแก้ว ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธนาคารต้นไม้และเศรษฐกิจสีเขียว โดยใช้ประสบการณ์การจัดการทรัพยากรของชุมชนเป็นฐานในการเชื่อมโยงประเด็นด้านการดูแลต้นไม้ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การกักเก็บคาร์บอน ความหลากหลายทางชีวภาพ และคุณค่าของระบบนิเวศ
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเชื่อมโยงระหว่าง องค์ความรู้ทางวิชาการกับทุนธรรมชาติและประสบการณ์ของชุมชน โดยมีพื้นที่จริงเป็นห้องเรียนสำหรับการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดสู่การจัดการทรัพยากรที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และพัฒนาเป็นต้นแบบการเรียนรู้สำหรับเครือข่ายชุมชนในจังหวัดเชียงราย
จากการเรียนรู้ระบบนิเวศ สู่การเพิ่มพื้นที่สีเขียว
ภายหลังการเรียนรู้และสำรวจข้อมูลภาคสนาม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันสรุปผลจากแปลงตัวอย่าง พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตอบข้อซักถาม และให้ข้อเสนอแนะ ณ ที่ทำการ วิสาหกิจชุมชนธนาคารต้นไม้บ้านสบห้วย ตำบลจอมหมอกแก้ว ซึ่งเป็นอีกพื้นที่สำคัญของเครือข่ายในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
นอกจากนี้ ในช่วงภาคบ่าย ผู้เข้าร่วมยังได้ร่วมแจกจ่ายกล้าไม้ป่าที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมป่าไม้ เพื่อส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านธนาคารต้นไม้และเศรษฐกิจสีเขียวของชุมชน
กิจกรรมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่ายชุมชนในจังหวัดเชียงราย โดยมีผู้แทนจาก วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรและผลิตสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก ตำบลทรายขาว อำเภอพาน, วิสาหกิจชุมชนบ้านจำหวาย ตำบลดอยลาน อำเภอเมืองเชียงราย, เครือข่ายชุมชนไม้มีค่าป่าครอบครัวบ้านจำหวาย ตำบลดอยลาน อำเภอเมืองเชียงราย และวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรบ้านแม่สาด ตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมืองเชียงราย เข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้แนวทางการจัดการทรัพยากรและทุนธรรมชาติในบริบทที่แตกต่างกัน
การดำเนินงานในครั้งนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเรียนรู้วิธีประเมินมูลค่าระบบนิเวศ แต่เป็นการนำ “ข้อมูลจากธรรมชาติ” มาสู่ “กระบวนการเรียนรู้” และเชื่อมต่อกับ “การจัดการทรัพยากรของชุมชน” โดยมีวิสาหกิจชุมชนธนาคารต้นไม้บ้านสบห้วยเป็นพื้นที่ต้นแบบที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจสีเขียว และสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ให้แก่เครือข่ายชุมชนในจังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง สพภ. (BEDO) องค์การบริหารส่วนตำบลจอมหมอกแก้ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย และเครือข่ายชุมชน สะท้อนแนวทางการทำงานที่เชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และชุมชนเข้าด้วยกัน โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติและองค์ความรู้ในพื้นที่เป็นฐานสำคัญของการเรียนรู้ เพื่อสนับสนุนการจัดการทุนธรรมชาติอย่างมีข้อมูล และวางรากฐานสำหรับการพัฒนาพื้นที่สู่เศรษฐกิจสีเขียวที่สอดคล้องกับศักยภาพของชุมชน
ภาพ/ข่าว : หฤทัยรัตน์ จันต๊ะคาด คณะวิศวกรรมศาสตร์
นำเสนอข่าว : กิ่งกานต์ สาริวาท
ออกแบบและพัฒนาโดย สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา