โลโก้เว็บไซต์ มทร.ล้านนา ร่วมกับ สวทน. และ สกอ.จัดอบรมหลักสูตรเตรียมความพร้อมบุคลากรเพื่อรองรับการปฏิบัติงานโครงการ Talent Mobility ปี 2561 | คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย

มทร.ล้านนา ร่วมกับ สวทน. และ สกอ.จัดอบรมหลักสูตรเตรียมความพร้อมบุคลากรเพื่อรองรับการปฏิบัติงานโครงการ Talent Mobility ปี 2561

เผยแพร่เมื่อ : พุธ 13 มิถุนายน 2561 โดย วิทยา กวีวิทยาภรณ์ จำนวนผู้เข้าชม 1 คน

ยังไม่มีคะแนนสำหรับบทความนี้ ผู้อ่านสามารถให้คะแนนบทความได้จากปุ่มข้างใต้

         วันที่ 13 มิถุนายน 2561 เวลา 08.30 น. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประพัฒน์ เชื้อไทย รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา  เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการ "ฝึกอบรมหลักสูตรการเตรียมความพร้อมและการพัฒนา บุคลากร เพื่อรองรับการดำเนินโครงการ Talent Mobiloty  Talent Mobility ประจำปีงบประมาณ 2561"  ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สวทน.และสกอ. โดยมี ดร.ภาสวรรธน์ วัชรดำรงค์ศักดิ์ รองอธิการบดีด้านวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์โครงการต่อประธานในพิธี ณ ห้องประชุมศรีนคร โรงแรมคุ้มภูคำ จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสนองตอบต่อความจำเป็นในการพัฒนาบุคลากรวิจัยของมหาวิทยาลัย ในการเตรียมความพร้อมให้นักวิจัยไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการและเพิ่มขีดความสามารถในการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้ในภาคเอกชน อีกทั้งเพื่อถอดบทเรียนและจัดการความรู้ (Knowledge Management,KM) การทำงานภายใต้โครงการ Talent Mobility ซึ่งลักษณะโครงการดังกล่าวเป็นการฝึกอบรมและจัดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนักวิจัยภายใต้โครงการ Talent Mobility พร้อมทั้งการสรุปประเด็นในภาพรวมร่วมกัน โดยผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วยคณาจารย์ และนักวิจัย/บุคลากรสังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา  6 พื้นที่ และ 1 วิทยาลัย ตลอดจนนักวิจัย/ บุคลากรสังกัดสถาบันอุดมศึกษาในเขตภาคเหนือตอนบน จำนวน  60 คน  ใช้เวลาดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 13 - 14 มิถุนายน 2561 

 

Talent Mobility คืออะไร?
> คือการส่งเสริมให้อาจารย์และนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากภาคการศึกษา  ไปปฏิบัติงานในภาคอุตสาหกรรมหรือภาคธุรกิจเอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น เชื่อมโยงการทำงานระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรมหรือภาคธุรกิจเอกชน เกิดการแลกเปลี่ยนและสร้างองค์ความรู้ใหม่ระหว่างกัน
ไปทำอะไรบ้าง?
> Talent Mobility  ให้อาจารย์หรือนักวิจัยไปปฏิบัติงานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรมและการจัดการในรูปแบบต่างๆ ดังนี้
1. การวิจัยและพัฒนา
2. การแก้ปัญหาเชิงเทคนิคและวิศวกรรม
3. การวิเคราะห์ทดสอบและระบบมาตรฐาน
4. การสร้างและการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม
> โดยระยะเวลาต้องไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี (ขอขยายเวลาได้ แต่ไม่เกิน 2 ปี)และให้นับรวมเป็นอายุงานได้
> สิ่งสำคัญคือ จุดมุ่งหมาย นั่นคือ จะต้องไปเพื่อแก้ไขปัญหาและเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตให้กับภาคอุตสาหกรรม พัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนางานวิจัยในระดับที่สูงขึ้น  นำองค์ความรู้ใหม่จากการทำงานมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและการวิจัยตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัยได้อย่างแท้จริง ไปจนถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แต่ต้องไม่ขัดกับจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการและวิชาชีพ
ประโยชน์ที่ได้รับ
> ต่ออาจารย์หรือนักวิจัย : ได้รับค่าตอบแทน, เห็นความต้องการของตลาด ได้โจทย์วิจัยที่ใช้ได้จริง, ได้ผลงานวิจัย/ผลงานทางวิชาการ, ทรัพย์สินทางปัญญา และยังได้เพิ่มพูนประสบการณ์กับภาคเอกชน ซึ่งอาจารย์สามารถนำนักศึกษาไปร่วมทำวิจัยกับภาคเอกชนได้
> เป็นประโยชน์ต่อต้นสังกัด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการเรียนการสอนตรงกับความต้องการของภาคเอกชน งานวิจัยจะไม่ขึ้นหิ้งและยังได้เครือข่ายความร่วมมือเพิ่มขึ้น
> ประโยชน์ต่อภาคเอกชน ได้บุคลากรที่มีคุณภาพมาช่วยทำงานวิจัยและร่วมวิจัยพัฒนา เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และบริการด้วยนวัตกรรม เพิ่มโอกาสเป็นผู้นำในการผลิตสินค้าและบริการใหม่
> ประโยชน์ต่อประเทศชาติ เกิดการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรม พัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ เกิดการจ้างงานด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคเอกชน

(ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.facebook.com/notes/tropmedresearch-mahidol-univ)